ฟันทอง ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือถูกถอนออกมา ขายได้แน่นอน เพราะวัสดุที่ใช้ในการทำครอบฟันหรืออุดฟันนั้น มีส่วนผสมของโลหะมีค่า ที่ตลาดต้องการ แม้ว่าจะมีคราบหินปูนหรือติดอยู่กับเศษฟันเก่า แต่ร้านรับซื้อเศษทองมืออาชีพ หรือโรงหลอมโลหะรับซื้อเพื่อนำไปสกัดใหม่ตามกลไกราคาตลาดโลก
ทำความรู้จัก ทองทันตกรรม (Dental Gold)
ในวงการทันตกรรมจะเรียกโลหะที่ใช้ทำฟันว่า ทองทันตกรรม (Dental Gold Alloy) ซึ่งเป็นโลหะผสม ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้มีความแข็งแรงใกล้เคียงกับเคลือบฟันธรรมชาติ และไม่ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในช่องปาก การที่มันเป็นโลหะผสม ทำให้เปอร์เซ็นต์ทองในแต่ละชิ้นงาน มีความแตกต่างกันไป ตามเกรดที่คนไข้เลือกใช้ตอนรับการรักษา ซึ่งโดยทั่วไปสัดส่วนของโลหะมีค่าที่ผสมอยู่ในทองทันตกรรมจะมีดังนี้
- ทองคำ (Gold) ส่วนใหญ่จะมีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 10K ถึง 18K (ประมาณ 40% – 75%)
- แพลเลเดียม (Palladium) เป็นโลหะมีค่าราคาสูงที่ช่วยให้ฟันมีความแข็งแรงและทนทานต่อการสึกหรอ
- แพลทินัม (Platinum) ใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มจุดหลอมเหลวและช่วยให้โลหะไม่เปลี่ยนสีง่าย
- เงิน (Silver) ช่วยในการผสมให้โลหะมีความลื่นไหลและหล่อขึ้นรูปฟันได้ง่ายขึ้น
วิธีเช็กประเภทฟันทอง แบบไหนราคาดี แบบไหนราคาตก?
การประเมินราคาฟันทองนั้น มีความซับซ้อนกว่าทองรูปพรรณทั่วไป เนื่องจากสัดส่วนของโลหะผสมมีความแตกต่างกัน ตามมาตรฐานของแต่ละคลินิกและช่วงเวลาที่ผลิต โดยทั่วไปจะแบ่งได้เป็น 3 เกรดหลักตามมาตรฐานสากล ซึ่งแต่ละแบบจะมีมูลค่าในการรับซื้อคืนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามสัดส่วนโลหะมีค่าดังนี้
- High Noble Alloy มีเนื้อทองคำผสมอยู่มากกว่า 60% (ราคาดีที่สุด)
- Noble Alloy มีส่วนผสมของทองคำมากกว่า 25% แต่น้อยกว่า 60% (ราคาปานกลาง)
- Non-Noble (Base Metal) เป็นโลหะสีทองที่ทำจากโครเมียมหรือนิกเกิล (แทบไม่มีราคา)
- เกณฑ์การสังเกต หากฟันมีสีเหลืองเข้มมักจะมีทองสูง แต่ถ้าเหลืองซีดอาจมีส่วนผสมของเงินมากกว่า

ถอนฟันทองมาแล้ว ขายที่ไหนให้ได้ราคาดีที่สุด
เมื่อตัดสินใจถอนฟันทองออกแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือ การหาแหล่งรับซื้อที่มีความน่าเชื่อถือและให้ราคาที่เป็นธรรมที่สุด โดยทั่วไปร้านทองทั่วไปอาจไม่รับซื้อ เนื่องจากความยุ่งยากในการพิสูจน์เปอร์เซ็นต์ทองที่แน่นอน แนะนำให้มองหาร้านรับซื้อเศษทองหรือโรงงานสกัดโลหะมีค่าที่มีความชำนาญสูง ซึ่งคุณควรพิจารณาเลือกใช้บริการจากแหล่งที่มีคุณสมบัติดังนี้
- มีเครื่องมือวัดที่ทันสมัย เช่น เครื่อง Gold Analyzer (X-Ray) ที่แม่นยำ
- อ้างอิงราคากลางชัดเจน มีการประกาศราคารับซื้ออิงตามราคาสมาคมทองคำ
- มีความโปร่งใส สามารถชั่งน้ำหนักและตรวจเช็กให้ดูต่อหน้าลูกค้าได้
- รีวิวจากผู้ใช้จริง เลือกแหล่งที่มีหน้าร้านชัดเจนและมีประวัติการรับซื้อที่เป็นธรรม
ทำไมราคาขายฟันทองแต่ละร้านถึงให้ไม่เท่ากัน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาฟันทอง มีความผันผวนและไม่เท่ากันในแต่ละร้าน ประกอบด้วยส่วนผสมหลายอย่างรวมกัน ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเหมือนทองรูปพรรณ การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ จะช่วยให้เจรจาต่อรองราคาได้ดียิ่งขึ้น และไม่ถูกกดราคาจากผู้รับซื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยปัจจัยหลักๆ ที่กำหนดราคาสุดท้ายประกอบด้วย
- ค่าความบริสุทธิ์ (Karat) ฟันทองแต่ละซี่มีกะรัตไม่เท่ากัน (มักอยู่ที่ 10K – 18K)
- ค่าสกัดโลหะ (Refining Fee) ต้นทุนในการนำทองไปเข้ากระบวนการแยกโลหะบริสุทธิ์
- น้ำหนักสุทธิของทอง น้ำหนักหลังจากหักลบเศษปูน เซรามิก หรือสิ่งปลอมปนออกแล้ว
- ค่าความเสี่ยงของร้าน ร้านที่ไม่มีเครื่อง X-Ray มักกดราคาต่ำเพื่อป้องกันการขาดทุน
สรุป ฟันทอง จัดเป็นสินทรัพย์มีค่าที่หลายคนมักมองข้าม และทิ้งไว้ที่คลินิกทันตกรรมหลังจากถอนเสร็จ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เนื้อทองที่ซ่อนอยู่ภายในมีมูลค่าเพียงพอที่จะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนได้ แม้จะมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ซับซ้อนกว่าทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณทั่วไปก็ตาม หากมีฟันทองที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ควรแจ้งทันตแพทย์ขอรับชิ้นงานกลับคืนมาทุกครั้งควรเลือกขายกับผู้เชี่ยวชาญเช่น จิ้นเฮงหลี อุบล ที่มีเครื่องมือตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน และให้ราคาตามจริง


